การรับมือกับปัญหาภัยแล้ง

การรับมือกับปัญหาภัยแล้ง

การรับมือกับปัญหาภัยแล้ง

ปัญหาภัยแล้งเกิดจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เป็นเวลานาน ทำให้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง กลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงคือเกษตรกรไทย เพราะน้ำถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการผลิต ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ผลผลิตลดลงไม่เพียงพอต่อการบริโภค เกิดโรคระบาดในสัตว์เลี้ยง โครงสร้างของดินเกิดการเปลี่ยนแปลง ดินเป็นกรด หรือดินเค็มจนไม่สามารถทำการเกษตรได้

สาเหตุหลักของการเกิดภัยแล้งมีดังนี้

  1. เกิดจากธรรมชาติ เช่น ฝนไม่ตกตามฤดูกาล การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ระดับน้ำทะเล และเกิดภัยพิบัติ
  2. เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การใช้น้ำสิ้นเปลืองเกินไป การเผาพลาสติกเพราะจะทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ทำลายชั้นโอโซน การบุกรุกพื้นที่ป่า และการตัดไม้ทำลายป่า

ผลกระทบที่สำคัญของภัยแล้ง

  • ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ไม่เพียงพอต่อการบริโภค
  • เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในช่วงภัยแล้ง
  • ประชาชนเกิดภาวะขาดน้ำ ไม่มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค
  • เกิดฝุ่นละออง เพราะพื้นดินแห้งแล้ง
  • เกิดการกัดเซาะและการพังทลายของผิวดิน

ในประเทศไทยภัยแล้งเกิดช่วงใดบ้าง

ภัยแล้งในประเทศไทยเกิด 2 ช่วงได้แก่

  1. ช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูร้อน หลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป จนกระทั่งเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ภัยแล้งลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี
  2. ช่วงฤดูฝน หรือที่เรียกกันว่า ฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม ภัยแล้งลักษณะนี้จะเกิดบางบริเวณหรือท้องถิ่น บางครั้งครอบคลุมเป็นบริเวณกว้างทั่วประเทศ

วิธีการแก้ปัญหาภัยแล้ง

  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้แก่ ขุดเจาะน้ำบาดาล แจกน้ำให้กับประชาชน จัดทำฝนเทียม
  • การแก้ปัญหาระยะยาว ได้แก่ การสร้างฝาย สร้างเขื่อน การขุดลอกแหล่งน้ำ

การปรับตัวและรับมือของเกษตรกรไทย

  • ปรับเปลี่ยนผลผลิตให้เหมาะกับพื้นที่ ศึกษาหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจพร้อมทั้งวางแผนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก
  • กรณีทำนา ให้งดทำนาปรังเพื่อป้องกันนาข้าวได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ
  • ปลูกพืชที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้น และใช้น้ำน้อย เพื่อประหยัดน้ำไว้ใช้ในการเกษตร พืชที่น่าสนใจ ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว แตงกวา มะระจีน และพริก เป็นต้น
  • ทำการเกษตรแบบใช้น้ำน้อยที่สุด เช่น ใช้พลาสติกคลุมดิน หรือวางระบบหยดในพื้นที่เพาะปลูก
  • สร้างระบบกักเก็บน้ำในพื้นที่ของตัวเอง โดยใช้วิธีขุดบ่อร่องน้ำ หรือบ่อน้ำบาดาล สำหรับใช้ในการเกษตร
  • ป้องกันไม่ให้น้ำรั่วไหลแบบสูญเปล่า โดยนำกระสอบทรายมาอุดรอยรั่ว หรือใช้พลาสติกมารองบ่อป้องกันการรั่วซึม
Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest