การเลือกสปริงเกอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน
ในการติดตั้งระบบสปริงเกอร์ มีองค์ประกอบที่ผู้ใช้ควรคำนึงหลักๆดังนี้
1.ควรคำนวนพื้นที่ ที่ต้องการวางระบบสปริงเกอร์ว่ามีพื้นที่ทั้งหมดกี่ตารางเมตรหรือกี่ไร่
2.เลือกหัวสปริงเกอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน ในพื้นที่นั้นๆ
3.เลือกขนาดท่อ ที่จะส่งน้ำให้เหมาะสม
4.เลือกปั๊มน้ำให้เหมาะสมที่จะใช้ดันปริมาณของน้ำ
5.มีระบบเปิด-ปิดและตั้งเวลาควบคุมน้ำแบบอัตโนมัติ
6.ต้องรู้ว่าพืช ต้นไม้หรือลักษณะพื้นที่ และชนิดของดิน ต้องใช้น้ำปริมาณเท่าไหร่จึงจะพอเหมาะต่อการรดน้ำ
การเลือกสปริงเกอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน สปริงเกอร์มีหลายประเภทดังนี้
1. สปริงเกอร์แบบหัวพ่นหมอก (Mist) เป็นหัวจ่ายน้ำลักษณะละอองหมอกเล็กๆ มีอัตราการใช้น้ำน้อย แต่ใช้แรงดันอย่างน้อย 4 บาร์ขึ้นไป เพื่อให้น้ำที่พ่นออกมาเป็นละอองละเอียด เหมาะกับใช้ในการรดน้ำ งานเกษตร หรือเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับพื้นที่ เป็นต้น
2. สปริงเกอร์แบบมินิสปริงเกอร์ (Mini Sprinkler) เป็นหัวจ่ายน้ำในอัตราที่ไม่สูงมากนัก มีทั้งแบบหยดและแบบเหวี่ยง เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ไม่กว้างจนเกินไป เช่น รดน้ำต้นไม้ สนามหญ้า เป็นต้น
3. สปริงเกอร์แบบน้ำหยด มีอัตราในการจ่ายน้ำน้อย ไม่ต้องอาศัยแรงดัน แต่มีการอุดตันได้ง่าย เหมาะสำหรับการปลูกพืชในระยะสั้น
4. สปริงเกอร์แบบโรเตอร์ มีลักษณะน้ำที่ออกจากหัวจ่าย เป็นแบบหมุนรอบตัวหรือองศาที่กำหนดไว้ ระยะสูงสุด 15-20 เมตร เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น สนามหญ้า สวน เป็นต้น
5. สปริงเกอร์แบบ Pop-Up หัวจ่ายลักษณะนี้จะถูกฝังอยู่ใต้ดิน จะขึ้นมาเฉพาะเวลาทำงานเท่านั้น ซึ่งทำให้ไม่เกะกะพื้นที่ เหมาะสำหรับสนามหญ้าหรือพื้นที่โล่ง